สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 7
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 188
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,069,733
23 กันยายน 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
      
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30             

 ข้อมูลผู้สมัครสมาชิก

ข้อบังคับสมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2521 
 
ความทั่วไป

 

ข้อ 1. สมาคมนี้ใช้ชื่อว่า “สหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย” เขียนชื่อภาษาอังกฤษว่า

“THE UNION MOTORS REPAIRING ASSOCIATION OF THAILAND"
ใช้อักษรย่อว่า “สซร”

ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคม มีรูปแบบลักษณะดังนี้ 



ข้อ 3. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ 10 – 12 ถนนสุขุมวิท ซอย 36 (นภาศัพท์) แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10110
โทร. 258-6103, 258-6108, 661-5466-7 โทรสาร 258-6170 

 
 
บทที่ 1
วัตถุประสงค์ของสมาคม
 

ข้อ 4.
4.1 เทอดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ
4.2 เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการของสมาชิก
4.3 เพื่อพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันในด้านวิชาการ
4.4 เพื่อประสานความสามัคคีระหว่างอาชีพเดียวกันทั้งในและต่างประเทศ
4.5 เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณกุศล
4.6 สมาคมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง 

 
 
บทที่ 2
สมาชิกสมาคม 


ข้อ 5. สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. สมาชิกกิติมศักดิ์
2. สมาชิกสามัญ
3. สมาชิกวิสามัญ (สมทบ)

ข้อ 6. คุณสมบัติของสมาชิก
(1) สมาชิกกิติมศักดิ์ได้แก่ ผู้มีอุปการะคุณ เกื้อกูลอุปถัมป์สมาคมและสนับสนุนกิจการของสมาคม หรือผู้มีเกียรติทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการบริหารสมาคมมีมติให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์
(2) สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพซ่อม และตกแต่างรถยนต์ อู่ซ่อมเครื่องยนต์ เคาะพ่นสี ทำเบาะ ซ่อมหม้อน้ำ แอร์ รถยนต์ ท่อไอเสีย ตกแต่างต่าง ๆ เช่น ติดฟิล์ม ติดวิทยุเทป และบริการขายแลกเปลี่ยนรถยนต์ และผู้ประกอบธุรกิจต่อเนื่องในการขยายวัสดุ และอุปกรณ์การซ่อมรถยนต์ เป็นต้น เข้าเป็นสมาชิกถูกต้องตามกฎข้อบังคับ
(3) สมาชิกวิสามัญ (สมทบ) ได้แก่ บุคคลทั่วไป ที่มีความดีเด่นในด้านอาชีพสุจริต มีความสนใจต่อสมาคมด้วยดี สมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญ เพื่อร่วมกิจกรรมของสมาคมแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ข้อ 7. คุณลักษณะของผู้ที่จะเป็นสมาชิก นอกจากมีคุณสมบัติตามกำหนดไว้ในข้อ 6 และผู้จะเข้าเป็นสมาชิกสมาคม จะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้
(1) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว (มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์)
(2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายที่เคยต้องโทษ จำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดขั้นลหุโทษและจะต้องได้รับการผ่อนผันจากคณะกรรมการบริหารของสมาคมเป็นกรณีพิเศษ
(3) ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม
(4) เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
(5) ไม่เคยประพฤติเป็นปฏิปักษ์ต่อสมาคม ฯ 

 
 
บทที่ 3
การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
 

ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกสามัญ หรือสมาชิกวิสามัญของ สมาคมจะต้องยื่นความจำนงค์ต่อเลขาธิการหรือ กรรมการผู้ทำหน้า ที่แทนเลขาธิการ สมาคมตาม แบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้ โดยมีสมาชิกสามัญของสมาคมเป็นผู้รับรอง

ข้อ 9 การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกให้เลขาธิการสมาคม หรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคม นำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของสมาคมใน คราวต่อไป หลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการบริหารของสมาคมมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการสมาคมหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาคมมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครนั้นทราบภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ได้ลงมติ

 
บทที่ 4
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง 

ข้อ 10. ผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงดังนี้ (1) สมาชิกกิติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง
(2) สมาชิกสามัญต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้า 2,000 บาท และจะต้อเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 500 บาท
(3) สมาชิกวิสามัญ (สมทบ) ต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้า 2,000 บาท และจะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 500 บาท

 
ข้อ 11. ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าและค่าบำรุงในวันเดียวกับ วันที่ยื่นใบสมัคร

ข้อ 12. ผู้ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกสมทบภายใน 6 เดือนแรกของปี หรือยื่นใบสมัครายใน 6 เดือนหลังก็ตามให้ชำระค่าบำรุงตลอดปี

ข้อ 13. ให้สมาชิกสามัญและสมาชิกสมทบชำระค่าบำรุงประจำปีภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ 1 มกราคมของทุก ๆ ปี

ข้อ 14. ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาชิกไม่มีสิทธิ์เรียกคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

 
บทที่ 5
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

 

ข้อ 15. สมาชิกมีสิทธิและหน้าที่ดังต่อไปนี้ :
(1) ใช้ประโยชน์ในสถานที่ของสมาคมโดยเสมอภาค ทั้งนี้ต้องอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุ ประสงค์และเป็นไปตามข้อบังคับ
(2) มีสิทธิ์เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมและการดำเนินงานของสมาคมต่อคณะ กรรมการบริหารสมาคม หรือที่ประชุมใหญ่เพื่อความมั่งคั่งและเจริญก้าวหน้าของ สมาคมเป็นประการสำคัญ
(3) มีสิทธิ์ประดับเครื่องหมายของสมาคม (เฉพาะในตัวบุคคล)
(4) สมาชิกสามัญเท่านั้น มีสิทธิที่จะขอดูเอกสารบัญชีหรือทรัพย์สินของสมาคมได้ในเวลาอันควร โดยยื่นหนังสือที่มีสมาชิกสามัญลงลายมือชื่อรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน ต่อเลขาธิการสมาคม
(5) สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิ์ในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประ จำปีหรือในที่ประชุมใหญ่วิสามัญ โดยสมาชิกต้องมีอายุการเป็นสมาชิกภาพแล้วไม่น้อยกว่า 2 เดือน นับถึงวันเลือกตั้ง และสมาชิกมีสิทธิเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารของสมาคมในที่ประชุมใหญ่
(6) สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของสมาคม ตลอดจนมติของที่ประชุมใหญ่และมติของคณะกรรมการบริหารสมาคม (7) มีหน้าที่ดำรงรักษาเกียรติและชื่อเสียงของสมาคม
(8) มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนร่วมกิจกรรมของสมาคมโดยสม่ำเสมอ
(9) ช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกด้วยกันตามความเหมาะสม
(10) มีหน้าที่ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคม
(11) สมาชิกผู้ใดเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ย้ายที่อยู่ ย้ายที่ตั้งสำนักงานจะต้องแจ้งให้เลขาธิการสมาคมทราบเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับจากวันที่เปลี่ยนแปลง 

 

 
 
บทที่ 6
การสิ้นสุดแห่งสมาชิกภาพ 

ข้อ 16. สมาชิกภาพสิ้นสุดด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้
(1) ถึงแก่กรรม
(2) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการบริหารของสมาคมให้ชำระหนี้ที่ค้างชำระแก่สมาคมเรียบร้อยแล้ว
(3) ขาดคุณสมบัติ และคุณลักษณะการเป็นสมาชิกตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ และระเบียบของสมาคม
(4) ถูกถอดชื่อ โดยมติของที่ประชุม คณะกรรมการบริหารสมาคม ต้องลงลายมือชื่อเพื่อบันทึกเป็นหลักฐานไม่น้อยกว่า 30 ท่าน
(5) เมื่อสมาชิกขาดชำระค่าบำรุงสมาคม โดยมีได้แจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลาติดต่อกัน 2 ปี 

 
บทที่ 7
คณะกรรมการของสมาคม
 

 

ข้อ 17. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ให้มีคณะกรรมการบริหารขึ้นคณะหนึ่ง จำนวนไม่เกิน 40 คน เป็นผู้บริหารงานสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจกรรมต่าง ๆ อันเกี่ยวกับบุคคลและนิติบุคคลภายนอก ประกอบด้วยสมาชิกสามัญซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี และแต่งตั้งเพิ่มเติมภายในหลังในตำแหน่งดังต่อไปนี้
(1) นายกสมาคม
(2) อุปนายกสมาคมคนที่หนึ่ง
(3) อุปนายกสมาคมคนที่สอง
(4) อุปนายกสมาคมคนที่สาม
(5) อุปนายกสมาคมคนที่สี่
(6) เลขาธิการ
(7) เหรัญญิก
(8) นายทะเบียน
(9) ประชาสัมพันธ์
(10) ฝ่ายปฏิคม
(11) ฝ่ายโครงการเพื่อสังคมและการกุศล
(12) ฝ่ายหารายได้
(13) ฝ่ายสวัสดิการ
(14) กรรมการกลาง
(15) ประมวลกิจกรรม
(16) สาราณียกร
(17) กิจกรรมพิเสษ
(18) ประเมินผล
(19) สันทนาการ
(20) ส่งเสริมสมาชิกภาพ
(21) วิชาการและวางแผน
(22) นิติการ

 

ข้อ 18. การเลือกตั้งกรรมการบริหารให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ ให้ที่ประชุมใหญ่ดำเนินการเลือกตั้ง นายกเพียงตำแหน่งเดียว และเลือกตั้งกรรมการจากที่ประชุมอีก 15 ท่าน ส่วนที่เหลือให้นายกสมาคมเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจแต่งตั้งความเหมาะสมของกรรมการในตำแหน่งต่าง ๆ

ข้อ 19. คณะกรรมการบริหารสมาคมให้ดำรงตำแหน่งได้สมัยละ 2 ปี ไม่เกิน 2 สมัยติด ต่อกัน และมีการปรับปรุงกรรมการทุก ๆ ปี
(1) นายกสมาคม ฯ ดำรงตำแหน่งไม่เกินสมัยละ 2 ปี และไม่เกิน 2 สมัยติดต่อกัน

ข้อ 20. การพ้นจากสภาพกรรมการบริหาร ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ครบกำหนดตามวาระ
(2) ถึงแก่กรรม
(3) ลาออกโดยคณะกรรมการบริหารของสมาคม ได้ลงมติแล้ว
(4) ขาดจากสมาชิกภาพ
(5) ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
(6) ต้องคำพิจารณา พิพากษาโทษจำคุกคดีอาญา เว้นแต่ละหุโทษ หรือประมาท
(7) ประพฤติทำให้สมาคมได้รับความเสื่อมเสีย

ข้อ 21. นายกสมาคมหรือคณะกรรมการบริหารมีสิทธิ์เชิญผู้มีอุปการะคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรง เกียรติเข้าเป็นที่ปรึกษา เพื่อประโยชน์ของการดำเนินงานของสมาคมได้ตามที่เห็นควร

ข้อ 22. สิทธิ์สำหรับอดีตนายกสมาคม ซึ่งผ่านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 สมัย ให้ดำรง ตำแหน่งเป็นกรรมการที่ปรึกษาของสมาคม

ข้อ 23. ประธานที่ประชุมให้นายกสมาคมเป็นประธานที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกสมาคมและอุปนายก สมาคมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่แทนได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมเพาะในการประชุมคราวนั้น ๆ ได้

ข้อ 24. มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นหนึ่งเสียงเป็นเสียง ชี้ขาด
ข้อ 25. การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม จะต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุมไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ 26. นายกสมาคมจะต้องเป็นเจ้าของอูมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และเคยมีตำแหน่งในสมาคม ฯ ที่ สำคัญมาไม่น้อยกว่า 1 สมัย (2ปี) 

 
บทที่ 8
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
ตามกฎข้อบังคับของสมาคมสหมิตรการซ่อมรพยนต์แห่งประเทศไทย บทที่ 8 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสมาคม โดยจำแนกหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ไว้ดังนี้คือ 
1. นายกสมาคม มีหน้าที่บริหารและควบคุมกิจการของสมาคมตามข้อบังคับและระเบียบตลอดจนการสั่งจ่ายเงิน เป็นหัวหน้าผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการการบริหารและที่ประชุมใหญ่ของสมาคม 
2. กรรมการที่ปรึกษา มีหน้าที่ให้คำแนะนำ เสนอแนะ ออกความคิดเห็นรักษาระเบียบกฎข้อบังคับให้เป็นไปตามนโยบายของสมาคม
3. อุปนายกสมาคมเป็นผู้ทำหน้าที่และรับผิดชอบในการบริหารงานแทนนายกสมาคมในกรณีที่นายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และควบคุมภาระกิจในแต่ละสาขาของการบริหาร สมาคม 
4. เลขาธิการสมาคม มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานทั่วไปของสมาคมวางแผนดำเนเนงานของสมาคมทั้งหมด และสามารถเร่งรัดการทำงานของกรรมการทุกฝ่ายด้วยรักษาระเบียบข้อบังคับของสมาคม นัดและจัดการประชุม ทำรายงานการประชุม จัดทำรายงานแสดงกิจการของสมาคมประจำปี และเป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในกิจการทั่วไปรวมทั้งการติดต่อกับสมาคมอื่น ๆ ด้วย และเป็นตัวแทนในการรับรองของสมาคมในเมื่อได้รับการมอบมาย
5. ผู้ช่วยเลขาธิการ มีหน้าที่และรับผิดชอบหน้าที่ในกรณีที่เลขาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
6. เหรัญญิกสมาคม มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม ได้แก่ การรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสมาคม ทำบัญชีเงินเดือนงบประมาณประจำปี และงบดุลเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร และเป็นผู้เสนอฐานะการเงินของสมาคม ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีที่คณะกรรมการบริหารแต่งตั้ง รับรองว่าเป็นฐานะการเงินของสมาคมที่ถูกต้องแล้วต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีเพื่อให้การรับรอง 
7. ฝ่ายทะเบียนสมาคมมีหน้าที่รับผิดชอบจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนสมาชิกของสมาคม
8. ฝ่ายประชาสัมพันธ์มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการติดต่อและเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาและเผยแพร่กิจการทั่ว ๆ ไป และจัดทำวารสารนี้ ต้องได้รับความเห็นขอบจากคณะกรรมการบริหารเสียก่อน
9. ฝ่ายปฏิคมมีหน้าที่รับผิดชอบในการต้อนรับ อำนวยความสะดวกแด่สมาชิกของสมาคม หรือผู้มาติดต่อ ดูแลรักษาสถานที่และพัสดุครุภัณฑ์ต่างๆ ของสมาคม
10. ผู้จัดการสมาคม มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมดูแล กำชับ เร่งรัด ติดตามการทำงานของพนักงานประจำสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบ คำสั่ง กฎข้อบังคับของสมาคมและออกติดต่อในกิจการในส่วนของสมาคม
11. ที่ปรึกษารถยก มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา เสนอแนะ แนะนำในด้านการบริการรถยก
12. ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การจัดงานการกุศลร่วมมือกับทางราชการดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การบริจาคต่าง ๆ เป็นต้น
13. ฝ่ายหารายได้ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการหารายได้เข้าสมาคมด้วยการจัดหางานหรืออื่น ๆ ตามที่ฝ่ายจะได้วางแผนงานหารายได้เข้าสมาคม สำหรับรายได้ค่าบำรุงสมาชิก รายได้ค่าบำรุงรถยกและอื่น ๆ เป็นงานหนึ่งที่ฝ่ายหารายได้จะต้องรับผิดชอบร่วมมือกับฝ่ายทะเบียน และผู้จัดการสมาคม 
14. ฝ่ายประสานงานมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการติดต่อประสานงานระหว่างฝ่ายติดตามผลงาน กำชับ เร่งรัด งานของแต่ละฝ่าย แจ้งให้ที่ประชุมทราบ และงานอื่ ๆ ตามที่ได้มอบหมาย
15. ฝ่ายศาลเจ้า มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การดูแลรักษา ทนุบำรุงศาลเจ้า และจัดงานไหว้เจ้าตามประเพณี
16. ฝ่ายสวัสดิการ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรับเรื่องราวร้องทุกของสมาชิก ช่วยเหลือและสงเคราะห์สมาชิกในด้านงานมงคล งานฌาปนกิจศพ เป็นต้น ตลอดจนการวางระเบียบแบบแผนการปฏิบัติงานด้านนี้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย 
17. ฝ่ายวิชาการและประเมินผล มีหน้าที่แสวงหาวิชาการและแนวทางใหม่ ๆ มาเพื่อช่วยส่งเสริมให้สมาชิกได้รับความรู้และดำเนินงานได้ในทางที่ถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อกาลสมัย เป็นต้น
18. หน้าที่ของพนักงานสมาคม จะต้องปฏิบัติตามที่เลขาสั่งให้ดำเนินการในภาระกิจของสมาคม และจะต้องอยู่ในข้อบังคับของผู้จัดการสมาคมในส่วนที่ผู้จัดการได้รับมอบหมาย 
19. ในส่วนของสมาชิก ควรจะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการบริหารให้มากที่สุดตามขอบเขตความสามารถ เพื่อที่จะได้เป็นคณะกรรมการแทนในฝ่ายนั้น ๆ ต่อไป 
20. สมาชิก/กรรมการ และตลอดจนพนักงานของสมาคมทุก ๆ ท่าน 
เพื่อผลดีและเป็นการส่งเสริมสมาคมให้ก้าวหน้าและเจริญต่อไปแล้วโปรดดำเนินการ
ในหน้าที่ด้วยความเต็มใจและเสียสละในประโยชน์ส่วนตัวเล็กน้อยเพื่อช่วยเหลือสังคมในส่วนใหญ่ต่อไป
 
บทที่ 9
การประชุมใหญ่
ข้อ 27. การประชุมใหญ่ของสมาคม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
(1) การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
(2) การประชุมใหญ่วิสามัญ 

ข้อ 28. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี คือการประชุมใหญ่สมาชิกทั่วไป ที่จะต้องให้มีขึ้นครั้ง หนึ่งทุกระยะเวลาสิบสองเดือน

ข้อ 29. การประชุมใหญ่วิสามัญ คือการประชุมใหญ่สมาชิกทั่วไปครั้งอื่น ๆ นอกจากการประชุม ใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 30. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยให้คณะกรรมการกำหนดวันประชุมภายในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ตามปฏิทินและแถลงกิจการของสมาคม ฯ ดังนี้ 
(1) แถลงกิจการของสมาคม ฯ ที่ได้ดำเนินมาในรอบปีและแจ้งแผนงานในปีที่เหลือต่อไป
(2) เลือกตั้งคณะกรรมการ
(3) ขออนุมัติงบดุล
(4) การแก้ไขข้อบังคับ (ถ้ามี)
(5) เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 31. ในการประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญ ต้องมีสมาชิกเข้าประชุมจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม และถ้ากาเรียกประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญครั้งที่ 1 สมาชิกไม่ครบองค์ประชุมตามกำหนด ให้นายกสมาคมหรือเลขาธิการทำการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ภายในเวลา 15 วัน ตับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการเรียกประชุมใหญ่สมัญหรือวิสามัญครั้งที่ 2 ต้องมีสมาชิกประชุมไม่น้อยกว่า 15 คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ 32. สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธ์ออกเสียงลงคะแนน คนหนึ่งมีคะแนนเสียงหนึ่งคะแนนโดย ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนโดยไม่ผิดข้อบังคุบ 7, 10, 16 และ 17

ข้อ 33. การออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณีคือ
(1) โดยวิธีเปิดเผยให้ใช้วิธีชูมือ
(2) โดยวิธีลงคะแนนลับให้ใช้เขียนบัตรลงคะแนนถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก

ข้อ 34. มติที่ประชุมใหญ่ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้เลือกตั้ง โดยลงคะแนนถึง 2 ครั้ง และหากเท่ากันอีกให้ประธานในที่ประชุมออกเสียง
เพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 35. การประชุมใหญ่วิสามัญของสมาชิกทั่วไป โดยคำสั่งของนายกสมาคม คณะกรรมการ บริหารหรือโดยคำร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ของสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมาด ร้องขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ซึ่งการขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ให้ยื่นต่อสมาคมหรือเลขาธิการ ฯ

ข้อ 36. หากนายกสมาคมเห็นว่า ความประพฤติของกรรมการบริหารคนใดคนหนึ่ง ทำให้เกิด ความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือผลประโยชน์ของสมาคม นายกสมาคมจะเรียกประชุม ใหญ่วิสามัญ เพื่อให้กรรมการบริหาร แถลงถึงความประพฤติดังกล่าวให้เป็นที่รับทราบแก่สมาชิกที่มาประชุมแล้วขอมติที่ประชุมว่า กรรมการบริหารผู้นั้น สมควรจะขาดจากตำแหน่งหรือไม่ การลงมติข้อนี้จะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดที่ประชุม 
 
บทที่ 10
การเงิน
ข้อ 37. เงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากธนาคารใดธนาคารหนึ่ง โดยฝากในนามของ สมาคมเท่านั้น

ข้อ 38. การถอนเงิน จากธนาคารต้องมีนายกสมาคม หรืออุปนายกสมาคม หรือผู้กระทำ การแทนร่วมกับเหรัญญิกลงนามร่วมกันและประทับตราของสมาคมเป็นสำคัญ จึงจะถอนเงิน ดังกล่าวได้

ข้อ 39. เหรัญญิกมีอำนาจเก็บเงินสดไว้ได้ภายในวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ถ้าเกินกว่านี้ ต้องนำฝากธนาคาร และจะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำเดือนมอบให้กรรมการบริหารก่อน วันที่ 10 ของเดือนต่อไป เพื่อทำการตรวจสอบและประกาศให้ทราบและจะต้องทำงบดุลประจำปี โดยผ่านการตรวจสอบบัญชี เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญทุกปี ก่อนวันประชุมใหญ่ อย่างน้อย 7 วัน เพื่อสมาชิก อาจตรวจดูได้ 
 
 
บทที่ 11
 
การแก้ข้อบังคับ และการเลิกสมาคม 

ข้อ 40. ข้อบังคับของสมาคมนี้ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะ สมในการบริหารงานสมาคมย่อมกระทำได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ด้วย คะแนนเกิน ครึ่งหนึ่ง ของสมาชิกที่เข้าประชุม

ข้อ 41. สมาคมนี้หากต้องเลิกด้วยกรณีใด ๆ ก็ตาม บรรดาทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือ ในขณะนั้นหลังจากได้ชำระบัญชีแล้วให้ตกเป็นสิทธิของสถาบัน องค์การกุศล ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล หรือองค์การที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน ตามมติที่ประชุมใหญ่จะเห็นสมควร 

 
 
บทที่ 12
บทเฉพาะการ
 
ข้อ 42. การตีความในข้อบังคับนี้ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารเป็นเด็ดขาด และข้อบังคับนี้ให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน เปลี่ยนแปลงแก้ไข ข้อบังคับ เป็น สมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย เป็นต้นไป
 
ข้อ 43. การแก้ไขข้อบังคับทุก ๆ ครั้ง จะต้องจัดทำเอกสารแนบกับใบขออนุญาตจัดตั้งสมาคม ตามสมัยนั้น ๆ ด้วย

ข้อ 44. การจัดทำหนังสืออนุสรณ์ต่าง ๆ ของสมาคมจะต้องลงข้อบังคับของสมาคมไว้ด้วยทุกครั้ง 
 
สมาชิกจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร
1) ฝึกสมาชิกให้เป็นผู้นำที่มีคุณภาพ และประสบการณ์ในการทำงานให้ทันต่อเหตุการณ์ตลอดเวลา
2) เผยแพร่สังคมธุรกิจที่บรรดาสมาชิกประกอบการอยู่ ไปยังมวลหมู่สามชิกสมาคมด้วยกันและภายนอก
3) สนับสนุนให้สมาชิกได้ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
4) เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เทคนิคในสาขาต่าง ๆ ให้สมาชิกในการประกอบธุรกิจ 

สิทธิเมื่อท่านเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ 
1) มีสิทธิ์เสนอข้อคิดเห็นแก่กรรมการบริหารสมาคม ในทางที่ส่งเสริมความมั่นคง และเจริญก้าวหน้าของสมาคมเป็นประการสำคัญ
2) มีสิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้งกรรมการสมาคม หรือสมัครเป็นกรรมการสมาคมเมื่อถึงเวลาอันควร
3) มีสิทธิ์เสนอตนเองเป็นอนุกรรมการจัดงาน และอื่น ๆ 

คุณสมบัติของสมาชิกสมาคมฯ 
1) เป็นบุคคลธรรมดาที่ประกอบอาชีพสุจริตสาขาซ่อมรถยนต์ทุกประเภท
2) มีสถานที่ประกอบการค้าถูกต้องตามระเบียบต่างๆ
3) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ และไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือบุคคลไร้ความสามารถ
4) เป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อย และมีความตั้งใจในงานของสมาคมทุก ๆ ด้าน 

หลักการสมัครเป็นสมาชิกสมาคม
ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญของสมาคม จะต้องยื่นความจำนงค์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการสมาคม ตามแบบพิมพ์ที่สมาคมกำหนดไว้ หรือป้อนข้อมูลผ่าน Web Site ของสมาคมพร้อมแนบเอกสารประกอบการสมัครเข้าเป็นสมาชิกดังนี้
1) สำเนาทะเบียนบ้าน
2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3) เอกสารใบรับรองของกระทรวงพาณิชย์พร้อมเซ็นรับรอง และตีตรา
4) รูปถ่ายหน้าตรง 4 สี ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 1 x 1 1/2 นิ้ว จำนวน2 ภาพ

 

ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม 
1) ค่าลงทะเบียนแรกเข้า เป็นเงิน 2,000 บาท
2) ค่าบำรุงสมาชิกสมาคม ในอัตรา 500 บาท ต่อปี

ชำระโดยเข้าบัญชีสมาคมฯ ธนาคารกรุงไทย สาขาสุขุมวิท บัญชีกระแสรายวัน

 

10-12 ซอยนภาศัพท์ สุขุมวิท 36 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม 10110
โทรศัพท์ 022586103,022586108,022602755-6
โทรสาร 022586170